ต่อไปนี้สปอยมาก ถ้ายังไม่ได้ดู ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ให้เก็บบทความนี้ไว้บนเฟสบุค แล้วค่อยกลับมาอ่านหลังจากที่ดูแล้ว หรือ bookmark ไว้ก็ได้ สิ่งที่จะพูดต่อไปนี้คือความเห็นของคนที่เรียกตัวเองว่า มนุษย์ฟรีแลนซ์ อาจจะไม่ได้สายเดียวกับตัวละคร แต่มันก็คล้ายมาก
 
ท้าวความนิดนึง ปีที่แล้วผมทำงานเป็นช่างตัดต่อให้กับรายการที่จะฉายทางช่องลูกตา ไม่ได้ทำงานกับช่องลูกตาโดยตรง แต่ผ่านบริษัทฝรั่งขี้นก ที่รับงานมากจากบริษัทใหญ่สี่พยางค์อีกที งานฟรีแลนซ์ของผมคือรับเป็นตอนๆ ปิดเป็นตอนๆ ถ้าดูหนังมาก็คงเข้าใจ แค่เปลี่ยน medium เฉยๆ นอกนั้นคล้ายๆกัน คล้ายไปถึงไม่ได้นอนด้วย แค่มากสุดแค่ 36 ชั่วโมงยอมแพ้ละ ต่างกันที่ทำอุดอู้อยู่ในออฟฟิศคนอื่น มีแค่บางทีก็ทำอยู่บ้าน แล้วก็มีพี่วินมอไซนั่งรอก็มีเหมือนกัน(แต่ไม่ได้ใส่หมวกรอ มันร้อนนะ แล้วก็ใส่แจกเก็ตทับเสื้อวิน หล่อเนี๊ยบ) อีกอย่างที่ตรงกับชีวิตคือ บอส ที่จะเอาแต่งาน จะเอา จะเอา จะเอา ซึ่งผมคิดว่าคนที่หนังเรื่องนี้แต่งมา น่าจะเป็นคนในชีวิตจริงในวงการที่ผมอาจจะเคยเจอด้วยเหมือนกัน แต่ชีวิตจริงถ้าฟรีแลนซ์ทำไม่ไหวก็ไปจ้างคนมาช่วยหรือเปลี่ยนมือ คงไม่ดันทุรังขนาดในหนัง
 
ความคิดแรกหลังจากที่ดูเรื่องนี้จบ คือ แม่งกล้าเอามาฉายได้ยังไงวะหนังแบบนี้ อีกความคิดที่แว๊บเข้ามาคือ ผู้กำกับต้องสู้กับค่ายขนาดไหนวะเนี่ย ผู้ใหญ่ถึงจะยอมให้ทำหนังแบบนี้ออกมาได้ แต่ที่สุดๆเลยคือ ทีมโฆษณา GTH ก็กล้าดักควายคนดู กล้ามากๆ กล้าจนน่าตกใจ เพราะเล่นโปรโมทเป็น rom com หรือ romantic comedy เหมือนเรื่องอื่นๆของค่าย ที่มักจะทำได้ดีและรายได้ถล่มทลาย
 
แต่นี่มันไม่ใช่ และไม่ได้มีความโรแมนติกอะไรเลย หมอเป็นแค่ตัวละคนตัวหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ผมคิดว่าเรื่องนี้ตอนแรกไม่ได้ชื่อว่า ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ ด้วยซ้ำ ชื่อภาษาอังกฤษชื่อว่า Heart Attack เดาว่าต้องการแค่ชื่อนี้ชื่อเดียว แต่เป็นการประณีประนอมของผู้กำกับเพราะค่ายอยากทำตลาดเป็น rom com แล้วก็เหมือนจะได้ผลดีด้วย ขนาดโลโก้หนังบนโบสเตอร์ หรือ typeface ต่างๆ มันยังไม่ไปโผล่ในหนังเลย หรือแม้แต่ฉากที่นั่งหลับสี่คนก็ไม่มี การแต่งสีใน trailer กับในหนังยังไม่เหมือนกันเลย ในหนังจะได้ความจริงของชีวิต มากกว่าความสดใสของโลกมายา ถ้าจะมีเหมือนกันก็คงมีแต่เพลงโฆษณาที่เปิดในเครดิต
ดูไปเหมือนหนังคนละเรื่องเดียวกัน
 
ที่แปลกใจคือ ทำไมถึงเข้าโรงเยอะจัง หรือ GMM คิดว่าคนต้องชอบแน่ๆ หลังจากที่ดูกันภายใน ถ้าคนที่ตั้งใจไปดู rom com แล้วชอบหนังแบบนี้้เยอะ ถือเป็นเรื่องดีต่อวงการหนังไทยมากๆ ที่เรียกว่ายกหนังชีวิต(drama) ที่ไม่ใช่หนังรักเศร้า ไม่ใช่ rom com ไม่ใช่หนังผี หนังบู๊ หรือแม้แต่พวกที่เรียกว่าหนังอาร์ตหรืออินดี้ เข้า mainstream เลยก็ว่าได้ ถ้าหนังเรื่องนี้ถล่มทลายรายได้ พอๆกับรถไฟฟ้าหรือพี่มาก คาดว่าคงมีหนังดีๆที่ออกนอกกล่องที่คนไทยคุ้นเคยออกมาอีกมากแน่นอน ซึ่งสองเรื่องนั้นก็ค่องข้างแหวกแนวตอนมันออกมาเหมือนกัน แต่ไม่หลุดเท่าเรื่องนี้
 
เลยฝากโปสเตอร์ไว้ โปสเตอร์ที่คิดว่าตรงกับหนังมากกว่า(สปอยไปหน่อยมั้ง)
 
 
ท้ายสุด มีทฤษฎีตอนจบ ว่าจริงๆมันเป็นชีวิตหลังความตาย เป็นสิ่งที่มันต้องการ และจินตนาการไปว่าได้ทำ เช่นเดียวกับ birdman จริงๆตายตั้งแต่หัวฟาดพื้นละ มันคงไม่มีลูกค้าบ้าคลั่งขนาดขนไอแมคไปให้ทำที่โรงบาล ถึงจะเป็นคนที่ผมกล่าวถึงไปข้างต้น ก็คงไม่บ้าขนาดนั้น กับคนที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นหรอก จริงไหม?
 
บทความที่เกี่ยวข้อง

edit @ 6 Sep 2015 17:18:41 by PinMEMO

Comment

Comment:

Tweet