มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง หนึ่งคืนก่อนที่กำนันจะนัดชุมนุมใหญ่ในเช้าวันถัดมา ผมก็ได้มีโอกาสไปนั่งฟังด้วย เพราะทำงานอยู่แถวนั้น คืนนั้นกำนันมาช้ากว่าปกติ ช้าไปสามชั่วโมงเอง ผมก็นั่งรอไปเรื่อยๆ ตอนสองทุ่มผมนั่งอยู่บนพื้นใต้เต้นท์หน้าจอ ตรงที่มีบรรดาลุงๆป้าๆนอนเอกเขนกรอกำนันอยู่อย่างสบาย ว่าจะเล่น Thapster รอเสียหน่อย คงเล่นเพลงประจำวันได้สองสามเพลง เอาหูฟังยัดนั่งฟังเพลินๆ เล่นไปเล่นมา เบื่อ เลิกเล่น ตอนนี้สองทุ่มครึ่งแล้ว รู้สึกจะเป็นอาจารย์มหาลัยอะไรซักอย่างอยู่บนเวที อยู่ดีๆก็มีคนจีนเดินมา ตรงมาที่ผมเลยนะ แล้วโค้งตัวลงมา ถามผมว่า
    You Thais?
 
    พูดแบบลงท้ายเสียงสูง แสดงว่าเป็นคำถาม เอ้าถามเราเหรอ เราก็งง ห้ะ Thais คนไทยหลายคน คือไรของเอ็ง ยูไทยส์ เอ็งคนไทยเหรอ เราก็จ้องหน้าเขา คนจีนเลยถามอีก ยูไทยส์ เราก็อ๋อ กว่าจะเข้าใจถามว่าคนไทยใช่มั้ย ก็เลยพยักหน้าไป คนจีนนิรนาม ซึ่งตอนนี้ผมได้เห็นชุดที่ใส่แล้ว เสื้อยืดสีสดใสกับกางเกงขาสั้นมาดคนมาเที่ยวสุดๆ แต่ไม่ได้หลงกรุ๊ปมาแน่เพราะสะพายกระเป๋า(งง)และอายุน้อย อีกอย่างช่วงนี้ทัวร์จีนก็มาน้อยลง เลยเดาเอาว่ามาเอง หนุ่มชาวจีนเลยถามอะไรไม่รู้ ฟังไม่รู้เรื่อง ผมก็ทำหน้างงใส่ แกเลยควักไอโฟนสี่หรือสี่เอสออกมา โชว์ให้ผมดู บน เป็นภาษาจีนบรรทัดหนึ่ง แล้วก็ไทยอีกบรรทัด บนจอเขียนว่า
    เขาทำอะไร?
 
    สั้นๆแค่นั้น เลยตั้งสติ จินตนาการว่าภาษาจีนคืออะไร เราก็เลยเข้าในว่าตานี่ไม่รู้ว่าคนไทยมาทำอะไรในสวนลุมเยอะแยะ ไม่รู้ได้ไงเนี่ยเมืองไทยชุมนุมมาจะครึ่งปีแล้ว ผมก็เลย ร่ายยาวไปเลย เป็นภาษาอังกฤษ บ่นว่าอะไรยูไปอยู่ไหนมาทำไมไม่รู้เรื่องคนพวกนี้มาไล่นายกรักษาการณ์ บลาๆๆๆ พูดประมาณยี่สิบวิ คนจีนก็ทำท่ามองหน้าพยักหน้า เหมือนจะเข้าใจ แต่พอพูดเสร็จเท่านั้นแหละ แกบอกว่า I don't understand English. เอ้า!
 
    ทำยังไงล่ะ เค้าก็เลยยื่นไอโฟนมา บอกให้พิมพ์ ไอ้เราเจอคีย์บอร์ดไอโฟนแล้วก็งง เลยควัก Galaxy S3 ออกมาเปิดแข่งบ้าง พิมพ์เข้าไปเป็นภาษาอังกฤษด้วย Swiftkey เร็วสุดๆ จากนั้น เลือก Chinese simplified แล้วก็เขียนเข้าไป กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง ผมเลยเล่าไปว่ามาไล่ระบอบทักษิณ เค้าก็งง อะไรคือระบอบทักษิณ แต่พิมพ์กลับมาเป็นจีนไปไทย ซึ่งผมอ่านไม่รู้เรื่องเป็นอันมาก เค้าถามว่าทำไมไม่ใช้ ไม่ใช่คนไทยเหรอ ผมเลยบอกว่าคำศัพท์ไทยเยอะและระบบอัตโนมัติยังฉลาดไม่พอ ทำให้การแปลมาเป็นภาษาไทยเข้าใจได้ลำบาก โปรแกรมคงต้องเรียนรู้เยอะกว่านี้ เค้าเลยเปลี่ยน เอาหล่ะทีนี้ก็เกิดการ พิมพ์อังกฤษไปจีน ให้คนจีนอ่าน แล้วคนจีนก็พิมพ์ภาษาจีนแปลเป็นอังกฤษ ให้คนไทยอ่าน ก็เริ่มมีการสนทนากัน ซึ่งมันสมจริงเหมือนกับคุยจริงๆมากๆ แค่ไม่ได้ยินเสียงเฉยๆ เพราะการแสดงออกทางท่าทางมาหมดเหมือนคุยกันจริงๆ แค่ไม่ได้พูดออกเสียง ใช้ภาษาร่างกายพร้อมมือถือ ซึ่งก็แปลกดีผมไม่เคยทำแบบนี้เลย จะมีบ้างที่คุยผ่านการแปลแต่ไม่ได้ถึงลูกถึงคนต่อหน้าต่อตาขนาดนี้ เป็นประสบการณ์ที่แปลกดีครับ
 
 
    ทีนี้ก็คุยกันยืดยาวเลย จนกำนันมา ซึ่งกำนันมาห้าทุ่มกว่าๆ นับเป็นเวลาเกือบสามชั่วโมง ถามชื่อแส้อะไรเรียบร้อย ชื่อ ซื่อ(xu) มาจากเซียงไฮ ทำงานอยู่สนามบิน อายุ 25 มาคนเดียว ทำไมถึงมาคนเดียว เพราะไม่มีเมีย อีกสองวันกลับ ซื่อไม่รู้เรื่องเลยว่ามีชุมนุมครับ แถมมาไทยตั้งแต่เมื่อวานแล้ว วันนี้เพิ่งเดินมาดู ผมเลยร่ายยาวความเลวของทักษิณ เค้างงมากเลย บอกว่าที่จีนไม่มีแบบนี้ เราก็ขำกัน เพราะรู้กันว่าเป็นคอมมิวนิสเผด็จการแต่เปลี่ยนขั้วอำนาจทุกสิบปี ผมเลยบอกว่ามีการโกงน้อยกว่าไทยแน่ ก็เพราะการเปลี่ยนอำนาจนี่แหละ ถ้าชุดก่อนโกงไว้ ชุดใหม่มาเจอ ชุดเก่าก็คงโดนตัดหัว ต่างกับเมืองไทยซึ่งไม่เคยเปลี่ยนขั้วอำนาจและช่วยกันโกง เมืองไทยโกงกันออกหน้าแถมรัฐมนตรียังยอมรับด้วยว่าไม่ได้ทำผิดกฎหมายแต่ทำในสิ่งที่กฎหมายห้ามเฉยๆ
ขณะที่รอกำนันก็คุยนั่นนี่ไปเรื่อยๆ ได้รู้มาอีกว่าเคยเป็นทหาร ผมเลยบอกเออเราเป็นนักเขียน เดี๋ยวจะเขียน หลังจากนั้นก็ขอเมวกับเฟสบุค แต่คนจีนไม่มีเฟสบุค ก็เลยได้ Wechat มาแทน ซึ่งแปลกมากผมบอกว่าขอวีแชตหน่อย เค้างงสุดๆเลย จนต้องเอารูปให้ดูว่า นี่คือวีแชต เค้าก็ ร้องอ๋อแล้วก็บอกว่าไม่รู้จักชื่ออังกฤษ แหม่
 
     สุดท้ายผมเลยลากไปดูกำนันด้วยสัมผัสความเป็นไทยแบบที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ซื่อประทับใจมาก ถ่ายรูปใหญ่เลย จากนั้นก็ร่ำลากัน
 
 
ซึ่งที่ผมเล่าไปทั้งหมด คือคนสองคนที่คุยกันไม่รู้เรื่องแต่ผ่านเทคโนโลยี ทำให้คุยกันได้
 
    อ้าวแล้วต่อไป ถ้าเราไม่ต้องพิมพ์แล้วล่ะ ถ้าเราทำแบบนี้ได้ทุกภาษาล่ะ เราจะเรียนภาษาไปทำไม ถ้าการสื่อสารของต่างภาษาไม่มีอุปสรรคขวางกั้นอยู่อีก นี่ผมพูดถึงโลกอนาคตที่แปลสดผ่านอุปกรณ์อย่างมือถือที่มีความเร็วสูง พูดไปแล้วตอบกลับมาอีกภาษาเลยทำให้ไม่ต้องมีล่าม และอาจไม่ต้องเรียนรู้ภาษาด้วย ถ้าจะเรียนตอนนั้นก็คงเป็นทางด้านการเข้าใจวัฒธรรมของชนชาตินั้นๆให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเพื่อต่อยอดในการค้าขายและดำเนินธุรกิจสานความสัมพันธ์ต่อไป
 
ถ้าไม่มีเทคโนโลยีคนแปลกหน้าสองคนที่คุยกันไม่รู้เรื่องคงไม่ได้รู้จักกัน
 
 

Comment

Comment:

Tweet

แต่อย่าฝากความถูกต้องให้กับเทคโนโลยีสถานเดียว นะ ต้องมีการตรวจสอบกลั่นกรองด้วย สมองมนุษย์เราที่สุดของที่สุดแล้ว อย่าปล่อยให้มันฝ่อไป เล็กลงเรื่อยๆ ก็คงจะต้องอยู่และเรียนรู้กับการเปลี่ยนแปลงของโลกให้ได้อะ

#1 By tee (101.109.53.212|101.109.53.212) on 2014-03-30 23:14